การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยวิถีไทย และ ข้อห้ามและข้อควรระวังของการอบสมุนไพร

Please follow & like us :)

RSS
Follow by Email
Facebook
Google+
https://training-spa.com/2015/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%94-18">
Twitter

          การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยวิถีไทย และ ข้อห้ามและข้อควรระวังของการอบสมุนไพร

การอบสมุนไพรแบบไทยการบำบัดด้วยวิธีนี้คือสูตรการใช้สมุนไพรหลายชนิดอาทิเช่นขมิ้นตะไคร้ไพรการะบูน และมะกรูดนอกจากการบำรุงสุขภาพโดยทั่วไปและการรักษาผิวพรรณแล้วการอบสมุนไพรแบบไทยยังถือเป็นกรรมวิธีลดน้ำหนักที่ได้ผลดีอีกอย่างหนึ่งหากมีการรักษาอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาหนึ่ง
และการอบสมุนไพรก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ไม่ใช่ทุกคนสามารถอบได้ มาดูข้อควรระวังและข้อห้ามในการอบสมุนไพรกันค่ะ

ข้อห้ามและข้อควรระวังของการอบสมุนไพร

– บางอาการไม่สามารถอบสมุนไพรได้ เพราะการอบสมุนไพรทําให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น

จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีไข้สูง

-ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไต โรคปอด โรคลมบ้าหมู

-คนที่อยู่ในภาวะตกเลือด หรือ ผู้ที่มีอาการท้องร่วงขั้นรุนแรง หากมีอาการอึดอัดหายใจไม่สะดวกในขณะอบสมุนไพรควรออกจากห้องอบทันที

-ไม่ควรใช้เวลาอบนานเกิน 15 ถึง 30 นาที ควรเข้า 10 นาทีและออกมาพัก 5 นาทีถึงเข้าไปอบใหม่อีกครั้ง ประมาณ 10 นาที และออกมาพัก จึงค่อยเข้าไปอบใหม่

-เมื่อออกจากห้องอบแล้วไม่ควรรีบอาบน้ำหรือทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงในทันที และควรนั่งพักก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง

-ถ้าหิวน้ำไม่ควรดื่มน้ำเย็น แต่ สามารถดื่มน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นจะดีที่สุด

ในปัจจุบันการอบสมุนไพรได้รับความนิยมกันมากขึ้นนอกจากจะใช้กับกลุ่มสตรีที่คลอดบุตร แล้วยังได้รับความนิยมกับบุคคลที่ต้องการลดน้ำหนักและต้องการมีผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสอีกด้วยสาวๆคนไหนที่อยากสวยพร้อมกับสุขภาพดีไปด้วยในตัว ควรที่จะมีการการอบสมุนไพรร่วมด้วย เป็นวิธีแบบไทยไทยของเราไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินเข้าสปาดังๆและแพงๆ ปัจจุบันหลักสูตรการเรียนนวดแผนไทย นวดสปาได้มี การประยุกต์หลักสูตรเพื่อสุขภาพแบบองค์รวม ไม่ว่าจะเป็น การเรียนนวดแผนไทย นวดประคบ การทำลูกประคบ การอบสมุนไพร การอยู่ไฟหลังคลอด เพื่อสืบทอดศาสตร์แห่งสุขภาพและอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้เรียนรู้ต่อไป