ข้อควรรู้สำหรับไฟสัญญลักษณ์ที่ใช้ในการขับขี่รถยนต์

Please follow & like us :)

RSS
Follow by Email
Facebook
Google+
Twitter
ข้อควรรู้สำหรับไฟสัญญลักษณ์ที่ใช้ในการขับขี่รถยนต์

   ข้อควรรู้สำหรับไฟสัญญลักษณ์ที่ใช้ในการขับขี่รถยนต์

ไฟสัญลักษณ์  ไฟที่ว่านี้เป็นสัญญาณว่าเราได้เปิดใช้ระบบไฟฟ้าของรถยนต์แล้ว ส่วนรูปร่างก็จะต่างกันไปตามรุ่นและยี่ห้อของรถยต์โดยจะมีทั้งไฟหน้าและไฟหลังหรือในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ก็ปรับมาใช้หลอดไฟ LED แทนเพื่อความสวยงามและความสว่างไปในตัว

  1. ไฟฉุกเฉินหรือไฟเลี้ยว (emergency & turning light)

ไฟฉุกเฉินหรือไฟเลี้ยวที่อยู่ด้านหน้าของรถที่เป็นหลอดสีส้มๆ นัั้นเอาไว้เป็นสัญญาณบอกว่าเราต้องการเปลี่ยนทิศทางรอไปด้านไหน หรือแม้กระทั่งการเปิดไฟกระพริบเมื่อเราต้องการให้สัญญาาณไฟฉุกเฉินก็ได้เช่นกัน

  1. ไฟหรี่/ไฟต่ำ (dipped beam light/parking light)

ไฟหรี่โดยปกติแล้วจะอยู่ด้านข้างของไฟหน้ารถเรามักจะใช้เมื่อเราต้องการแสงสว่างของแผงควบคุมรถตอนอยู่ในที่จอดรถ, ขับรถในอุโมงค์หรือตอนที่เราจอดรถอยู่แล้วต้องการ้ปิดไฟทิ้งไว้

ซึ่งการใช้งานจริงนั้น เราสามารถเปิดไฟหรี่ได้ตอนที่แสงสว่างภายนอกเริ่มน้อยลง, เริ่มมองเห็นภายในรถตัวเองไม่ชัดก็ได้เช่นเดียวกันครับ เน้นไปที่ความปลอดภัยในการขับขี่เป็นหลัก

  1. ไฟหน้า (main beam light)

ไฟหน้ารถเป็นไฟที่ให้แสงสว่างหลักในการขับขี่ยามค่ำคืน ซึ่งระยะของการมองเห็นเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการควบคุมรถและการใช้ความเร็วครับ เช่น ถ้าเราต้องการการมองเห็นในระยะไกลเมื่อเราขับด้วยความเร็วสูงเราสามารถเลือกใช้

  1. ไฟสูง (country/motorway light)เพื่อการขับขี่ทางไกลเวลานานที่ต้องใช้ความเร็วสูง เช่น การขับรถไปต่างจังหวัดที่ต้องการการมองเห็นล่วงหน้าไกลๆ เพื่อที่เราจะได้ปรับลดความเร็วในระยะที่เรายังสามารถควบคุมรถได้อยู่
  2. ไฟต่ำ (city light)เมื่อเราขับขี่อยู่ในเมืองและบางช่วงถนนยังเป็นเลนส์ที่ขับสวนกันอยู่ เราจึงต้องระวังความสว่างของไฟหน้ารถเราจะไม่ไปรบกวนสายตาของรถในเลนส์ฝั่งตรงข้ามครับ

ถ้าเราใช้ไฟหน้ารถไม่เหมาะสม คือ แสงไฟหน้ารถเราไปแยงตาคันที่ขับฝั่งตรงข้าม จะใช้การกระพริบไฟสูงเตือนเรา เราต้องปรับไฟหน้ารถมาเป็นไฟต่ำด้วย

รถที่ใช้งานเป็นประจำเช่น รถส่งของ รถรับจ้างหรือ รถโดยสารประจำทาง  ควรรู้กฎจราจรเบื้องต้น และไฟรถที่ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัย เมื่อต้องใช้งานรถบนถนนเป็นประจำทุกวัน คนขับรถต้องมีความรู้และหมั่นเช็คสภาพรถเป็นประจำด้วยค่ะ

Be the first to comment

Leave a Reply