การอบสมุนไพร โดยการใช้ตู้อบสมุนไพรอบตัวเพื่อการรักษาและบำบัดโรค

Please follow & like us :)

RSS
Follow by Email
Facebook
Twitter

การใช้สมุนไพรไทยในการบำบัดรักษาโรค

สำหรับความเป็นมาของการแพทย์ทางเลือกนั้นถือกำเนิดมาจากประเทศจีนและในปัจจุบันจีนก็ยังใช้การใช้การแพทย์แผนโบราณเป็น แผนหลักในการรักษาและได้รับการยอมรับและนิยมจากทั่วโลกโดยองค์กรอนามัยโลกแห่งสหประชาชาติมีการค้นพบเมื่อปีค. ศ. 1962 ว่าโรคชนิดต่างๆของมนุษย์โดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อเจ็บปวดโรคประสาทและโรคข้อกระดูกหักรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัดจะไม่สามารถทำให้อาการหายโดยสิ้นเชิงจึงตั้งหัวข้อวินิจฉัยเพื่อรวบรวมและคัดเลือกวิธีการรักษาที่ดีซึ่งก็ได้พบวิธีประเภทที่ไม่อาศัยการทานยาแล้วก็ตั้งชื่อในการแพทย์ชนิดนี้ว่าการแพทย์ทางเลือกค่ะ

และการใช้ลูกประคบจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่ามีการใช้ลูกประคบมามากกว่า 200 ปีย้อนถึงสงครามไทยพม่าทหารที่ได้รับการบาดเจ็บจากสงครามจะมีการใช้วิธีการประคบด้วยความร้อนเพื่อลดบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อในรูปแบบของลูกประคบสดค่ะจากบันทึกในใบลานอายุมากกว่า 100 ปีได้กล่าวถึงการใช้ลูกประคบได้ 3 ลักษณะคือ 1 ลักษณะห่อผ้าสมุนไพรวางบนปากหม้อนึ่งข้าว 2 ห่อผ้าสมุนไพรสดภายในมีอีกหรือหินเผาไฟร้อนเรา 1 ชั่วโมงใช้ประคบจนกว่าหินนั้นจะเย็นลงค่ะ 3 ใช้สมุนไพรที่บดหรือตำบรรจุในลูกทับทิม หรือใช้หัวสมุนไพรแล้วเอาเข้าเตาถ่านให้สมุนไพรนั้นร้อนจึงออกมาใช้ได้นะคะจะได้สมุนไพรที่ใช้ในความหลากหลายตามอาการเช่นปวดกล้ามเนื้ออัมพฤกษ์อัมพาตลมในหัวเข่าคลายเส้นที่ตึงใช้ในหญิงหลังคลอดแก้ไขแก้ปวดปัจจุบันมีการนำสมุนไพรมาประคบใช้ในสปาเพื่อการผ่อนคลายช่วยกระตุ้นการทำงานของผิวหนังและมีลูกประคบเฉพาะส่วนเช่นใบหน้าเพื่อความงามเป็นต้นค่ะ สมุนไพรไทยสามารถนำมาทำเป็นลูกประคบหรือใช้ในตู้อบสมุนไพรได้นะค่ะ

ในประเทศไทยนั้นผู้คนนิยมใช้สมุนไพรบำบัดรักษาโรคมายาวนานโดยได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียโบราณการใช้สมุนไพรในการบำบัดรักษาโรคของไทยมีพื้นฐานมาจากวิชาอายุรเวทของอินเดียและถูกถ่ายทอดสู่สังคมไทยโดยพระภิกษุสงฆ์ผู้จาริกแสวงบุญถึงแม้ยาสมุนไพรพื้นบ้านจะกลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยในช่วงศตวรรษที่ 20 เนื่องจากได้รับอิทธิพลของแพทย์ตะวันตกเข้ามาแต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่มิได้สูญหายสลายไปเสียทั้งหมดเพราะในปัจจุบันเมื่อธุรกิจด้านสปากำลังได้รับความเจริญนิยมอย่างสูงวิชาการด้านการใช้สมุนไพรพื้นบ้านของไทยข้อกับฟื้นคืนชีพอีกครั้งและกลายเป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาของประเทศไทยในยามที่กระแสความนิยมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและสมุนไพรได้รับความสนใจจากผู้บริโภค คนไทยเป็นจำนวนมากจนกลายเป็นกระแสนิยมสูงสุด